อังกฤษเลิกอุดหนุนธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลในต่างแดน

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศจะยุติการให้เงินอุดหนุนโดยตรงจากรัฐบาล สำหรับโครงการเชื้อเพลิงฟอสซิลในต่างประเทศโดยเร็วที่สุด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ ขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังพยายามสนับสนุนให้ภาคธุรกิจพลังงาน เปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นพลังงานคาร์บอนต่ำ

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร ประกาศระหว่างสุนทรพจน์เปิดการประชุมสุดยอด ว่าด้วยความมุ่งมั่นในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Ambition Summit) ว่าจะยุติการสนับสนุนโดยตรงจากภาครัฐ ต่อภาคธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลในต่างประเทศ

นโยบายที่ริเริ่มขึ้นครั้งนี้หมายความว่า สหราชอาณาจักรจะยุติความช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพื่อการส่งออก เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา และกิจกรรมส่งเสริมการค้า ที่มีให้กับโครงการน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน นโยบายนี้จะบังคับใช้กับโครงการใหม่ทุกโครงการโดยแทบไม่มีข้อยกเว้น

นโยบายนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ในรอบสี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลสหราชอาณาจักรสนับสนุนการส่งออกน้ำมันและก๊าซ มูลค่า 21,000 ล้านปอนด์ (ราว 8 แสนล้านบาท) ผ่านการส่งเสริมการค้าและสินเชื่อเพื่อการส่งออก นโยบายใหม่นี้จะเริ่มนำไปใช้หลังผ่านการปรึกษาหารือกับผู้เกี่ยวข้องเป็นเวลาสั้น ๆ และจะมีผลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าก่อนการประชุม COP26 ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า

การประกาศครั้งนี้จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานทดแทน ซึ่งจะช่วยสร้างงานทั่วสหราชอาณาจักรและผลักดันให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวในระดับนานาชาติ

รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะทำงานร่วมกับภาคธุรกิจน้ำมันและแก๊ส เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำผ่านข้อตกลง North Sea Transition Deal ซึ่งเป็นข้อตกลงกับภาคธุรกิจพลังงานในแถบทะเลเหนือเพื่อสนับสนุนให้เมือง เช่น ทีไซด์ (Teesside) และอเบอร์ดีน (Aberdeen) สามารถเป็นฮับของโลกในด้านพลังงานลม การดักจับคาร์บอน และเทคโนโลยีสะอาดอื่น ๆ ในอนาคตได้

About the author