สภาคองเกรสผ่านกฎหมายกลาโหม วีโต้อำนาจทรัมป์

วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวีโต้การใช้อำนาจคัดค้านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อกฎหมายกลาโหมฉบับใหม่ เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนผู้นำคนปัจจุบันจะหมดวาระ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ว่าวุฒิสภาสหรัฐประชุมวาระพิเศษ เมื่อวันศุกร์ซึ่งเป็นวันปีใหม่ และเป็นกรณีไม่บ่อยครั้งนักที่มีการประชุมสภาในวันนั้น ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 81 ต่อ 13 เสียง คัดค้านการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วีโต้กฎหมายอำนาจกลาโหมแห่งชาติ ( เอ็นดีเอเอ ) มูลค่า 740,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22.19 ล้านล้านบาท ) สำหรับปีงบประมาณ 2564/2565
 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสภาสูงเกิดขึ้นเพียง 4 วัน หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติคว่ำอำนาจวีโต้ดังกล่าวของผู้นำสหรัฐ ด้วยเสียงข้างมากเกินกว่า 2 ใน 3 หมายความว่ากฎหมายเอ็นดีเอเอจะมีผลบังคับใช้ หลังทรัมป์ใช้อำนาจวีโต้การผ่านมติของทั้งสองสภา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา
 
อย่างไรก็ตาม วุฒิสภายังไม่รับรองกฎหมายงบประมาณฉบับแก้ไข ที่แก้ไขการเพิ่มเงินเยียวยางวดใหม่คราวเดียวให้แก่ชาวอเมริกัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 จาก 600 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 17,992.80 บาท ) เป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 59,976 บาท ) ตามความต้องการของทรัมป์  แม้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก เห็นชอบการแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ด้านผู้นำสหรัฐทวีตข้อความแสดงความไม่พอใจอย่างหนักต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่สภาคองเกรสสามารถเพิกถอนอำนาจวีโต้ของทรัมป์ต่อกฎหมายฉบับหนึ่ง
 
สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายเอ็นดีเอเอ รวมถึงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ให้กับทุกเหล่าทัพ และการขึ้นเพดานค่าตอบแทนอีก 3% สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและพลเรือนในสังกัดกระทรวงกลาโหม แต่ผู้นำสหรัฐวิจารณ์ว่า กฎหมายดังกล่าวจำกัดจำนวนการลดกำลังพลในอิรักและอัฟกานิสถาน “มากเกินไป”
 
นอกจากนี้ กฎหมายยังเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนชื่อฐานทัพ ที่มีชื่อเดียวกับนายพลฝ่ายใต้สมัยสงครามกลางเมือง แต่ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปมาตรา 230 ของกฎหมายความโปร่งใสด้านการสื่อสาร ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า จะยังคงเป็นการปล่อยให้ผู้ประกอบการเครือข่ายสังคมออนไลน์มีอิทธิพลเชิงนโยบาย ด้วยการที่ไม่ต้องรับผิดชอบเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม

About the author